TVXQ! VS SM Ent. กรณีศาลนัดไต่สวนคดีความเป็นครั้งแรก (21 สิงหาคม)
posted on 21 Aug 2009 22:53 by typk1991 in NEWS, TVXQ
3 หนุ่ม ดงบังชินกิ (TVXQ!) และ SM กรณีศาลนัดไต่สวนคดีความเป็นครั้งแรก (21 สิงหาคม)
21
สิงหาคม 2552 ศาลกลางกรุงโซล ห้องพิจารณาคดี 358
ได้นัดไต่สวนครั้งแรกในคดีระหว่าง 3 สมาชิก ดงบังชินกิ (TVXQ!)
และต้นสังกัด SM Entertainment ในกรณีของคดีความที่ทั้ง 3
สมาชิกยื่นคำร้องให้ศาลสั่งสิ้นสุดการบังคับใช้สัญญากับทางต้นสังกัด
ในวันนี้ทางด้านทนายความของ SM ได้ยืนยันว่า เมื่อวันที่ 15
กรกฏาคมที่ผ่านมา ทางต้นสังกัดได้ชำระเงินล่วงหน้าให้กับ เซียจุนซู
เป็นเงินทั้งหมด 45 ล้านวอน (1.22 ล้านบาท)
และจากคำพูดนี้เองทำให้สำนักกฏหมายของทั้ง 3 สมาชิกออกมาเปิดเผยว่า
"ลูกความของเราเปิดเผยว่าเรื่องที่ SM ยืนยันเรื่องเงินล่วงหน้านั้น
ไม่เป็นความจริงครับ" เขากล่าวปฏิเสธ
อีกทั้งในกรณีที่ศาลได้ชี้แนะให้มีการตกลงกันนอกรอบนั้น เขาเผย
"ลูกความของเราบอกมาว่าถ้าไม่มีการเปิดเผยทั้งเรื่องสัญญาและตัวเลขรายได้
อย่างเป็นทางการ พวกเขาก็คิดว่าการที่จะมานั่งพูดคุยกันคงเป็นไปได้ยากครับ
ยังไงทางเราก็เรียกร้องให้มีการเปิดเผยสัญญาที่เกี่ยวข้องออกมาครับ"
เขากล่าว
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเช้าวันที่ 21 สิงหาคม 2552 เวลา 10.20 น.
ถึงแม้ทั้งสองฝ่ายจะเปิดเผยจุดยืนตรงกันว่า "ไม่ต้องการให้มีการยุบวง"
ซึ่งเป็นเพียงในทางทฤษฎีเท่านั้น
แต่เมื่อถึงเวลาจริงการออกมาตอบโต้ของแต่ละฝ่ายในการไต่สวนครั้งแรกก็ทำให้
ห้องไต่สวนนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศมาคุ
โดยในวันนี้ทั้งฝ่าย 3 สมาชิก ดงบังชินกิ และ SM Entertainment
ต้นสังกัดก็ยังคงมีความเห็นไม่ตรงกันโดยยืนพื้นมาจากเรื่องราวก่อนหน้านี้
เช่นเดิม ทางด้าน SM
เน้นประเด็นไปที่เรื่องของธุรกิจเครื่องสำอางค์จากสมาชิกทั้ง 3 คน
ในขณะเดียวกันทางด้านสมาชิกทั้ง 3
ก็เน้นไปในประเด็นเรื่องของสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
ทนายความฝ่าย SM เปิดเผยต่อศาลว่า
"ในกรณีของค่าปรับที่เกิดจากการประเมินเม็ดเงินที่มีการสูญเสียไปจากงานและ
การที่ศิลปินต้องการยกเลิกสัญญา จะประกอบไปด้วยจำนวนเงินเฉพาะในเกาหลี 8
พันล้านวอน (217 ล้านบาท) และจำนวนเงินในต่างประเทศอีก 1.5 หมื่นล้านวอน
(408 ล้านบาท)
อีกทั้งนี่ยังไม่รวมที่คดีนี้ได้ทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเสียหายอีกด้วย"
อีกทั้ง
สำหรับสถานการณ์ในขณะนี้ประเด็นหลักคือปัญหาเรื่องธุรกิจเครื่องสำอางค์
แต่มีการนำไปโยงในเรื่องของสัญญาที่ไม่เป็นธรรมเพื่อนำคดีเข้าสู่ชั้นศาล
ทางด้านทนายฝ่าย 3 หนุ่ม ดงบังชินกิ
เปิดเผยถึงความไม่ยุติธรรมในสัญญากล่าว
"เหตุผลที่เราต้องร้องขอให้ศาลสั่งระงับสัญญานั้น
เนื่องจากระยะเวลาที่ยาวนานกว่า 13
ปีและเรื่องส่วนแบ่งรายได้ที่ไม่โปร่งใส" เขากล่าวอย่างหนักแน่น
ในขณะเดียวกัน SM มีความเห็นว่า
"เมื่อรวมถึงระยะเวลาในการทำกิจกรรมในต่างประเทศ
และเม็ดเงินที่ใช้ในการลงทุน ระยะเวลา 13 ปีถือว่าไม่ได้ยาวนานเกินไป
อีกทั้งสมาชิกแต่ละคนก็ยังได้ลงชื่อรับทราบถึงจำนวนเงินในใบเสร็จด้วยตนเอง
อีกด้วย" เขากล่าว
ในกรณีของธุรกิจเครื่องสำอางค์ของสามสมาชิก
ทางฝั่งดงบังชินกิก็ได้กล่าวด้วยว่า "SM
ชอบนำเรื่องเครื่องสำอางค์มาเป็นประเด็นซึ่งจริงๆแล้วปัญหานี้ไม่ได้มีแก่น
สารใดๆเลย" เสริม
"ถึงแม้ว่าสมาชิกจะใช้เงินลงทุนในธุรกิจของตนเองก็จริงแต่ว่ามันไม่ได้
เกี่ยวข้องอะไรกับการทำกิจกรรมในฐานะคนบันเทิงแต่อย่างใด" เขากล่าว
ในกรณีนี้ SM เผย
"เรื่องการลงทุนในธุรกิจเครื่องสำอางค์นั้นมันไม่ได้เป็นไปแบบง่ายๆ
โดยเฉพาะพวกเขาได้ไปเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆของบริษัทเครื่องสำอางค์
รวมถึงยังได้ใช้ภาพของสมาชิกในเว็บไซต์ของตัวเอง
ซึ่งนั่นมันละเมิดข้อสัญญาของเรา
อีกทั้งเรายังคิดว่านั่นอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสมาชิกด้วย
ด้วยเหตุนี้ทางด้าน SM จึงได้เรียกร้องเพื่อเข้าควบคุมสิ่งเหล่านี้"
ในขณะที่ทางฝ่าย 3
สมาชิกดงบังชินกิยังได้ยกตัวอย่างเรื่องในอดีตอย่างชินฮวามากล่าวด้วยว่า
"ถึงแม้ว่าชินฮวาจะเปลี่ยนต้นสังกัดไป
แต่พวกเขาก็ยังสามารถทำกิจกรรมเป็นกลุ่มได้เหมือนเดิม
พวกเราไม่ต้องการที่จะแยกหรือยุบวงแต่อย่างใด" จากคำกล่าวที่ว่านี้ทำให้อาจ
มองได้ถึงการต้องการย้ายออกจากต้นสังกัดนั่นเอง ส่วนทางด้าน SM กล่าว
"อย่างในกรณีนี้มูลค่าความเสียหายของธุรกิจต่างประเทศ จะอยู่ที่ประมาณ 1.6
หมื่นล้านวอน อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์และความรักที่ SM
มีให้ดงบังชินกินั้นค่อนข้างลึกซึ้ง
ซึ่งทางเราก็หวังว่าเราจะสามารถยุติคดีความนี้ให้เร็วที่สุดและหวังว่าจะได้
กลับมาร่วมงานกันอีกครั้งหนึ่ง"
เขากล่าวต่อศาลเพื่อหวังประสานบาดแผลความขัดแย้งที่เกิดขึ้นต่อกัน
พัคบยองแด ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะ เปิดเผยว่า "นอกจากเรื่องเงิน
แล้วยังมีเรื่องของความรับผิดชอบต่อแฟนๆ รวมถึงสมาชิกที่เหลืออีก 2
คนก็ต้องให้ความเป็นธรรมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาด้วย" เสริม
"ถ้าทั้งสองฝ่ายหันหน้าเข้าหากันปัญหาต่างๆเหล่านี้ก็จะยุติลงได้ด้วยดี
แต่ถ้าจะไม่มีการหันหน้าเข้าหากัน ก็ควรจะไตร่ตรองให้ดีเช่นกัน"
ทางด้านผู้เกี่ยวข้องในวงการเพลงเปิดเผยว่า
"ในเมื่อศาลท่านแนะนำให้กลับไปตกลงกันก็มีโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะกลับมาพูด
คุยกันอีกครั้งอยู่เหมือนกันครับ" เสริม
"ทางด้านดงบังชินกิเองก็บอกไว้แล้วว่าเขาไม่อยากที่จะให้สถานการณ์มันเลว
ร้ายถึงขนาดที่ต้องแยกหรือยุบวง
ผมจึงคิดว่าโอกาสที่จะกลับมาปรองดองกันด้วยดีอีกครั้งนั้นก็เป็นไปได้ครับ"
เขากล่าวให้ความเห็น
แต่คนในวงการอีกด้านหนึ่งกล่าว
"เรื่องที่บอกว่าจะไม่แยกหรือไม่ยุบนี่เราก็เห็นอยู่แล้วว่าทั้งสองฝ่ายพูด
มาตั้งแต่แรกแล้วไม่ใช่เหรอครับ" เสริม
"ขนาดในวันไต่สวนครั้งแรกนี้ทั้งสองฝ่ายยังมีมุมมองไม่ตรงกันเลยสักนิด
ผมคิดว่าความเห็นของทั้งสองฝ่ายคงไม่มาบรรจบกันได้อย่างง่ายๆหรอกครับ"
นี่คือความเห็นอีกมุมมองหนึ่ง
และถ้าหากไม่มีการตกลงกันได้ในระยะเวลานี้ การพิจารณาคดีจะมีขึ้นอีก
ครั้งในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า คือในวันที่ 11 กันยายน
โดยทางศาลได้ร้องขอให้คู่กรณีส่งหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาทางคดีความต่อไป
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา แฟนคลับกว่า 120,000
คนได้ร่วมลงชื่อในคำร้องและยื่นต่อศาลกรณีคดีพิพาทระหว่างดงบังชินกิและ SM
Entertainment อีกเช่นเดียวกัน
อนึ่ง 3 สมาชิก ดงบังชินกิ ประกอบไปด้วย เซียจุนซู ยองอุงแจจุง และ
มิคกี้ยูชอน ได้ยื่นเรื่องคดีความต่อศาลกลางกรุงโซลไปเมื่อวันที่ 31
กรกฏาคมที่ผ่านมา
ในกรณีที่พวกเขาต้องการให้ศาลสั่งระงับสัญญาที่ไม่เป็นธรรม
ระหว่างตัวเขาและต้นสังกัด SM Entertainment นั่นเอง
credit: www.pingbook.com
.
.
.
ก็ถ้ายังพูดกันคนละเรื่อง .. พุ่งกันคนละประเด็นอยู่แบบนี้
...เห็นทีจะตกลงกันยากอยู่สักหน่อยล่ะ -*-
Always Keep The Faith !






